พืชผัก/สมุนไพร

วิธีปลูกปอเทือง สร้างรายได้เสริม ใช้เป็นปุ๋ยพืชสด บำรุงดินในนาข้าวได้ผลดีด้วย

7.46KViews

เมื่อความแล้งเข้ามาเยือน เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ทำนาข้าวหรือปลูกพืชผลชนิดอื่นที่ต้องการใช้น้ำจำนวนมากก็มักจะต้องน้ำตาตกเพราะผลผลิตที่เคยได้รับกลับไม่ได้เหมือนอย่างเคย ดังนั้นการปลูกพืชทางเลือกที่ทนแล้งจึงกลายมาเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอดของเกษตรกร และพืชที่น่าสนใจในเวลานี้ก็คือ ปอเทือง พืชที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรยามหน้าแล้ง แถมเมื่อนำมาไถกลบจะกลายเป็นปุ๋ยพืชสดคุณภาพดี ที่สามารถบำรุงดิน และลดต้นทุนค่าปุ๋ยให้กับเกษตรกรได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ปอเทือง (sunn hemp) เป็นพืชในตระกูลถั่วที่นิยมปลูกมากสำหรับเป็นปุ๋ยพืชสด และใช้เป็นอาหารโค กระบือ รวมถึงเพื่อความสวยงามในการเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งนิยมปลูกมากในช่วงต้นฤดูฝนก่อนที่จะไถกลบหรือเก็บเกี่ยวก่อนปลูกพืชหลัก

ประโยชน์ปอเทือง
1. ใช้ปลูกเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด เนื่องจากเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีไนโตรเจนสูง รวมถึงสารอาหารอื่นด้วย
2. ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน ป้องกันหน้าดินพังทลาย
3. ใช้ปลูกเป็นพืชอาหารสำหรับเลี้ยงโค กระบือ รวมถึงดอก และใบที่นำมาเลี้ยงหมูได้เช่นกัน
4. ใช้ปลูกเพื่อนำดอกมารับประทาน ทั้งรับประทานสด หรือลวกจิ้มน้ำพริก รวมถึงใช้ประกอบอาหารหลายเมนู อาทิ แกงอ่อม แกงเลียง ต้มยำ เป็นต้น
5. ลำต้นใช้สำหรับเป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษ
6. เปลือกลำต้นสามารถดึงลอกเป็นเส้นได้ และจัดเป็นเส้นใยที่มีความเหนียวสูง สามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเชือก ด้าย และอวน เป็นต้น

สรรพคุณปอเทือง
ดอก
– ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
– ช่วยในการขับลม
– ช่วยเจริญอาหาร
– แก้ลำคออักเสบ
– ช่วยขับเสมหะ
– แก้อาการปวดท้อง รักษาโรคลำไส้อักเสบ
– น้ำต้มใช้อาบแก้อาการคันตามผิวหนัง และรักษาโรคผิวหนัง

ราก
– ช่วยขับพยาธิ
– ช่วยขับลม
– ช่วยขับปัสสาวะ

การปลูกปอเทือง
การปลูกปอเทืองนิยมปลูกใน 2 ฤดู คือ ฤดูหนาวหลังเก็บเกี่ยวข้าว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และฤดูฝนในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการปลูกที่พบในปัจจุบัน ได้แก่
1. ปลูกเพื่อใช้ไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด
2. ปลูกเพื่อใช้ทำหญ้าอาหาสัตว์
3. ปลูกเพื่อการท่องเที่ยว
4. ปลูกเพื่อนำดอกไปรับประทาน

การเตรียมพื้นที่ปลูก
ก่อนปลูกปอเทือง เกษตรกรมักไถพรวนดิน และตากดินไว้ก่อนประมาณ 1-2 อาทิตย์ โดยเฉพาะนาข้าวหลังการเก็บเกี่ยวที่ต้องไถกลบตอซังให้อ่อนตัว และแตกย่อยในดินก่อน

วิธีการปลูก
– การปลูกแบบหว่าน นิยมใช้เมล็ดประมาณ 3-5 กิโลกรัม/ไร่ พร้อมกับหว่านปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 20 กิโลกรัม/ไร่ และปุ๋ยคอกตามความเหมาะสม แล้วทำการไถกลบตื้นๆ ทั้งนี้ เพื่อลดต้นทุนอาจไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีก็ได้
– การปลูกด้วยการโรยเป็นแถว จะมีระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 60-100 เซนติเมตร
– การปลูกเป็นหลุม จะมีระยะห่างระหว่างหลุม และแถวที่ 50×100 เซนติเมตร หรือปรับให้ถี่ตามความต้องการ

การให้น้ำ
การให้น้ำนั้นไม่จำเป็น เพราะการปลูกหลังการเก็บเกี่ยวข้าว ดินจะมีความชื้นที่เพียงพอตลอดระยะการเติบโตจนถึงเก็บเกี่ยวได้

การกำจัดวัชพืช
หลังจากหว่านเมล็ด และลำต้นโตแล้ว มักไม่พบวัชพืชอื่นขึ้น เพราะลำต้นปอเทืองสามารถเติบโตได้รวดเร็ว และคลุมหน้าดินได้หมด แต่หากมีวัชพืชอื่นขึ้นอาจใช้การถอนออกเป็นระยะ แต่หากปลูกเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดจะไม่จำเป็นต้องถอนออก เพราะจะไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดร่วมกัน

การเก็บเกี่ยว
หลังการปลูกแล้ว ประมาณ 50 -60 วัน หลังเมล็ดงอก ปอเทืองจะเริ่มออกดอก ซึ่งสามารถเก็บมาประกอบอาหารได้ ส่วนการปลูกเพื่อเก็บฝัก จะมีอายุเก็บเกี่ยวฝักที่ 120 – 150 วัน หลังเมล็ดงอก และให้ฝักประมาณ 80 -150 กิโลกรัม/ไร่ ส่วนการเก็บลำต้นสำหรับเป็นอาหารให้แก่โค กระบือ จะเก็บในระยะออกดอก ซึ่งสามารถให้น้ำหนักสด ประมาณ 2.5- 3 ตัน/ไร่ และน้ำหนักแห้ง ประมาณ 500-850 กิโลกรัม/ไร่

ปุ๋ยพืชสดปอเทือง
การปลูกปอเทืองเพื่อไถกลบเป็นพืชปุ๋ยในช่วงต้นฤดูฝน ควรปลูกในช่วง 2-2.5 เดือน ก่อนปลูกพืชหลัก (ข้าว, ถั่ว หรือ ข้าวโพด เป็นต้น) ซึ่งจะไถกลบเมื่อปอเทืองออกดอก ซึ่งจะมีอายุประมาณ 50 -60 วัน หลังเมล็ดงอก

นอกจากประโยชน์ของปอเทืองที่เราได้กล่าวไปแล้วนั้นมันยังมีประโยชน์แฝงอีกอย่างนั่นก็คือสามารถจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ผู้คนได้ไปเที่ยวชมความสวยงามได้คล้ายๆ กับทุ่งทานตะวัน เพราะทุ่งปอเทืองก็มีความสวยงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแต่อย่างใด อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างให้เกษตรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขายของที่ระลึก ขายอาหาร เครื่องดื่ม และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้นการปลูกปอเทืองมีแต่ได้กับได้ แล้วจะไม่ให้มันเป็นที่น่าสนใจได้อย่างไรจริงมั้ยทุกๆ คน

ทุ่งปอเทืองสามารถสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ได้อีกด้วย

ที่มา puechkaset , thaiarcheep

error: Content is protected !!