วันอาทิตย์, พฤษภาคม 19, 2019
อาชีพทำเงิน

วิธีเพาะเห็ดเผาะ (เห็ดถอบ) เก็บไว้กินเอง

1.78KViews

วิธีเพาะเห็ดเผาะ (เห็ดถอบ) เก็บไว้กินเอง หากใครจำได้ “เห็ดเผาะ” เคยราคาสูงถึงกิโลกรัมละเกือบพันบาท แต่ก็ไม่ได้ลดความยากของคนที่ชอบกินแม้แต่น้อย อาจจะมีลังเลต่อรองราคาขณะซื้อนิดๆ หน่อยๆ สุดท้ายแล้วก็ซื้อหลายกิโลฯ อยู่ดี เพราะกว่าจะได้กินอีกที ต้องรอหน้าฝนอีก 1 ปี วนมาอีกรอบ ใครชอบเมนูที่ทำจาก “เห็ดเผาะ” ต้องฟังทางนี้ จะได้ไม่ต้องไปหาซื้อกิโลกรัมละแพงๆ อีกต่อไป เพราะว่า “เห็ดเผาะ” ปลูกเองได้ เห็ดธรรมชาติที่คนไทยนิยมทานกันมากนี่แหละ และคนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดคิดว่า ต้องเผาป่าแล้วจึงจะมีเห็ดเผาะเกิดขึ้น เลิกความคิดนั้นแล้วเข้าใจเสียใหม่

ดร.อานนท์ เอื้อตระกลู ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ด้านการเพาะเห็ด องค์การสหประชาชาติ ประจำปี พ.ศ.2524-2548 เล่าให้ฟังว่า “เห็ดเผาะ” หรือ “เห็ดถอบ” มี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ “เห็ดเผาะหนัง” สีดำเนื้อกรอบๆ และ “เห็ดเผาะฝ้าย” เนื้ออ่อนนิ่ม เกิดในต้นฤดูฝนไม่มีราก เป็นก้อนกลมๆ มีเปลือกแข็งสปอร์อยู่ข้างใน ซึ่งจะนิยมนำมาทำอาหารในช่วงที่อ่อนๆ
แน่นอนว่าเห็ดนอกจากจะรสชาติดี และมีคุณค่าทางโภชนาสูงแล้ว ยังมีคุณสมบัติทางยาอีกด้วย ทำให้ทั้งความสนใจและความต้องการของเห็ดเพิ่มขึ้น ขณะนี้คนไทยกินเห็ดเกิน 10,000 กรัม/คน/ปี
“ผมว่าตอนนี้เรื่องเห็ดคนสนใจกันมาก ตอนที่ผมสอนใหม่ๆ เมื่อปี 2516 ไทยยังสั่งเห็ดนำเข้า ยังไม่มีการเพาะเห็ดมาก คนไทยสมัยนั้นกินเห็ดแค่ 235 กรัม/คน/ปี แต่หลังจากที่รณรงค์และเผยแพร่เรื่องเห็ด จากนั้นมาเพียงแค่ 5 ปีให้หลัง ไทยสามารถเพาะเห็ดฟางได้มากถึง 60,000 ตันมากที่สุด”

ปัจจุบัน ประเทศไทย สามารถเพาะ “เห็ดเผาะ” แบบยั่งยืนได้แล้ว โดยนำ “เชื้อเห็ดเผาะ” ใส่เข้าไปในรากของต้นตระกูล ต้นยางนา เช่น ต้นเหียง ต้นพลวง มะค่า เต็งรัง ต้นไม้พวกนี้หากมีเชื้อเห็ดเผาะเข้าไปอาศัยจะโตไวมาก เพราะเส้นใย “เห็ดเผาะ” จะเกาะอยู่ที่ปลายราก ย่อยอาหารจำพวกฟอสฟอรัสให้รากพืชแข็งแรง และป้องกันโรคอย่างอื่นมาทำลายรากของต้นไม้นั้น
ต้นไม้ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ นอกเหนือจากจะเจริญเติบโตด้วยการสังเคราะห์แสงแล้ว มีมากถึง 95% ที่ไม่สามารถย่อยสารอาหารที่อยู่ปลายรากได้เอง จำต้องพึ่งเชื้อรา หนึ่งชนิดที่กำลังจะพูดถึง คือ “ไมคอร์ไรซา” เป็นรากลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ใต้ดินอาศัยอยู่ตามรากพืชของต้นไม้ ซึ่งเป็นเชื้อของเห็ดเผาะ เห็ดตับเต่า เห็ดระโงก เป็นต้น
ขณะเดียวกันเห็ดก็อาศัยพลังงานและเอ็นไซม์ที่มีประโยชน์จากพืช ซึ่งจะอยู่ร่วมอาศัยซึ่งกันและกันเช่นนี้ ไปจนหมดอายุขัยของต้นไม้ เช่น ไม้ยางนาที่เป็นไม้เนื้อหอม สามารถมีอายุได้นานกว่า 700 ปี

ส่วนความเชื่อของชาวบ้านที่ว่า…ยิ่งเผาเคลียร์พื้นที่ยิ่งทำให้เก็บเห็ด ง่าย ผลผลิตมาก…!! ความคิดนี้ผิด 100 % เพราะในปีต่อไปเห็ดจะลดลง ต้นไม้ได้รับบาดเจ็บ และหากต้นไม้ที่เป็นตัวสร้างอาหารให้เห็ดตายไป ก็จะไม่มี “เห็ดเผาะ” เกิดขึ้นอีกเลย เรามาดู “วิธีการปลูกเห็ดเผาะ” กันดีกว่า…ขั้นตอนแรกนำ “เห็ดเผาะ” ที่แก่จัดมาแกะเอาสปอร์ข้างใน แล้วนำไปผสมน้ำให้เข้ากัน จากนั้นนำน้ำดำๆ ที่ได้ราดไปที่โคลนต้นไม้ ในปีถัดไปก็จะมีเห็ดเผาะเกิดตามรากไม้ต้น เมื่อต้นไม้โตพอประมาณสัก 2 ปี ให้เริ่มเก็บได้ และจะเกิดที่ต้นไม้ต้นนี้ทุกๆ ปี

ส่วนอีกวิธีที่ดีที่สุดให้นำน้ำดำๆ ไปรดกล้าต้นไม้ทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละครั้ง สังเกตุดูต้นกล้าถ้าเริ่มมีเนื้อเยื่อ “เห็ดเผาะ” เจริญเติบโตแล้ว ให้นำไปปลูกได้ หรืออีกวิธีที่ง่ายกว่านั้น นำต้นกล้าไปปลูกทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ยางนาสักระยะ ก็จะได้ต้นกล้าที่ติดเชื้อ “เห็ดเผาะ” ไปด้วย แต่เมื่อในปีถัดไปมี “เห็ดเผาะ” เกิดขึ้น อย่าพึ่งเก็บเพราะต้นไม้ยังไม่แข็งแรงพอ

ก็แสดงว่า หากเรานำ “เห็ดเพาะ” เข้าไปในรากยางนา เพียง 2-3 ปี ก็จะมี “เห็ดเผาะ” เกิดขึ้น และเก็บต่อไปได้อีกกว่า 700 ปี โดยไม่ต้องใส่เชื้อเห็ดใหม่อีกเลย และผลิตจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ตามภาพที่เห็น คือ “ต้นยางนาง” อายุประมาณ 10 ปี ที่ใส่ “เชื้อเห็ดเผาะ” เข้าไป
นี่คือ “การเพาะเห็ดเผาะ” กลางคันนา กลางทุ่ง ข้างถนนใน จ.เชียงใหม่ จึงไม่เป็นไปตามที่เข้าใจกันว่า ต้องปลูกอยู่ในป่าเท่านั้น น่าตื่นเต้น และน่าจะเป็นข่าวดีที่สุดของคนไทยที่ชอบกิน “เห็ดเผาะ”

สรรพคุณของเห็ดเผาะ

– ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง

– ช่วยรักษาอาการช้ำใน

– ช่วยป้องกันโรควัณโรค

– ช่วยป้องกันและยับยั้งการเกิดของเซลล์มะเร็งได้ดี

– ช่วยในการสมานแผลและผิวให้เรียบเนียน

– ช่วยในการลดอาการบวมหรืออักเสบ

– ช่วยแก้อาการร้อนใน และแก้ไข้

– ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร็ว หยุดไหลได้ง่ายขึ้น

– ช่วยบรรเทาอาการคันตามนิ้วมือและนิ้วเท้า

แกงเห็ดเผาะ (อีสานบ้านเฮา)

เครื่องปรุง

  • เห็ดเผาะ
  • น้ำเปล่า
  • เกลือ
  • ปลาร้า
  • น้ำปลา
  • พริกแห้ง หรือพริกสด
  • ยอดผักติ้ว ใบส้ม (ส้มป่อย ยอดมะขาม หรือตามถนัด)
  • ใบแมงลัก
  • ตะไคร้
  • หัวหอมแดง
  • กระเทียม

วิธีทำ

เอาน้ำใส่หม้อแกงแล้วยกขึ้นตั้งไฟ ตามด้วยพริก หัวหอมแดง กระเทียมที่โขลกรวมกันไว้แล้ว ทุบตะไคร้ใส่ลงไปด้วย ตามด้วยเห็ดเผาะที่ล้างสะอาดแล้วลงไป พอน้ำเดือดอีกครั้ง ทีนี้ก็ใส่น้ำปลาร้า เกลือ น้ำปลา ชิมรสตามใจชอบ สุดท้ายใส่ใบส้มๆ ต่างๆ หรือผักติ้ว แต่งกลิ่นหอมด้วยใบแมงลักสักหน่อย ชิมดูให้ได้รสชาติตามชอบ ทีนี้ก็ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วยซดกันได้เลย

เคล็ดไม่ลับสำหรับการกินแกงเห็ดเผาะให้อร่อย ต้องบอกไว้ก่อนว่า อย่ารีบร้อนกินแกงตอนร้อนๆ เด็ดขาด! ต้องรอให้แกงเย็นลงสักหน่อย! ไม่เช่นนั้นปากท่านอาจจะพอง เพราะเสียงดังเป๊าะ! ของเห็ดเผาะก็ได้ (ท่านที่ยังไม่เคยกินต้องลองดูนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าพูดไม่จริงค่ะ)

พอเข้าหน้าฝน เมื่อได้รับน้ำฝนในปริมาณที่มากพอจนเกิดความชื้นในดิน และบวกกับความร้อนจากแสงแดด ทำให้เกิดสภาพเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราเห็ด เห็ดป่าจำนวนมากก็จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ปกติในธรรมชาติเชื้อราเห็ดป่าจะมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งมีทั้งเห็ดกินได้ (ไม่มีพิษ) และกินไม่ได้ (มีพิษ) ในแต่ละปีมีคนเสียชีวิตจากการกินเห็ดป่านับหลายรายต่อปี (เห็ดเผาะเป็นเห็ดชนิดเดียวที่ยังไม่เคยมีใครกินแล้วเป็นอันตรายถึงชีวิต)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คุณ ทวีลาภ บวกทอง , technologychaoban

error: Content is protected !!