วันพฤหัส, กันยายน 19, 2019
พืชผัก/สมุนไพร

เทคนิคการปลูกหอมแดง (Shallots) ให้ได้ผลผลิตดี

5.45KViews

เทคนิคการปลูกหอมแดง (Shallots) ให้ได้ผลผลิตดี หอมแดงมีโครงสร้างเป็นหัวอยู่ใต้ดินเช่นเดียวกันกับหอมหัวใหญ่ แต่ว่ามีขนาดที่เล็กกว่า มีสีแดง กลิ่นฉุน นอกจากนั้นยังสามารถแตกตาข้างทำให้ได้หัวเล็กๆ เกาะติดอยู่ด้วยกันจำนวนมาก การเชื่อมติดจะติดอยู่ที่โคนลำต้น และหัวเล็กๆ นี้เองจะเป็นตัวขยายพันธุ์ต่อไป และเมื่อปลูกแล้วจะแตกเป็น 10 หัวเป็นอย่างมาก หอมแดงถูกนำมาใช้ในการบริโภคในลักษณะของพืชเครื่องแกงและผักชูรส อาจใช้เป็นผักแกล้มก็ได้เช่นกัน และเป็นที่นิยมมากในหมู่ประเทศแถบเอเชีย

พันธุ์ของหอมแดง : ที่นิยมปลูกในบ้านเรา คือ

1. หอมแดงพันธุ์พื้นเมืองภาคเหนือ ทางภาคเหนือเรียก หอมบั่ว เป็นหอมแดงที่มีเปลือกนอกสีเหลืองปนส้มขนาดหัวปานกลาง ลักษณะกลมสี ใน 1 หัวแยกได้ 2-3 กลีบ กลิ่นไม่ฉุนจัด รสหวาน ระหว่างการเจริญเติบโตไม่มีดอกและเมล็ด เมื่อปลูก 1 หัว จะแตกกอให้หัว ประมาณ 5-8 หัว อายุเมื่อหัวแก่เต็มที่ในฤดูหนาว 90 วัน และฤดูฝน 45 วัน ผลผลิตที่ได้แตกต่างกันตามฤดูปลูกและการดูแลรักษาได้ประมาณ 2000-3000 กิโลกรัม/ไร่ คุณภาพในการเก็บรักษาไม่ค่อยดี เพราะมีเปอร์เซ็นต์ แห้งฝ่อ และเน่าเสียหายมากถึง 60%

2. หอมแดงพันธุ์บางช้างหรือหอมแดงศรีสะเกษ เป็นหอมแดง ที่มีเปลือกนอกสีม่วงปนแดง เปลือกหนาและเหนียว ขนาดหัวใหญ่ สม่ำเสมอ หัวมีลักษณะกลมใน 1 หัว มี 1-2 กลีบ กลิ่นฉุนจัด มีรสหวาน ระหว่างการเจริญเติบโต จะสร้างดอกและเมล็ดมาก ซึ่งจะต้องหมั่นตรวจดูและเด็ดทิ้งให้หมด มิฉะนั้นจะทำให้ได้ขนาดหัวเล็ด และจำนวนหัวน้อย โดยทั่วไปเมื่อปลูก 1 หัวจะแตกกอให้หัวประมาณ 8-10 หัว การแตกกอและลงหัวช้ากว่าหอมบั่วเล็กน้อย มีอายุเมื่อหัวแก่เต็มที่ให้ฤดูหนาว 100 วันขึ้นไป และฤดูฝน 45 วัน ให้ผลผลิตแตกต่างกันไปตามฤดูปลูกและการดูแลรักษาได้ประมาณ 1000-5000 กิโลกรัม/ไร่ คุณภาพในการเก็บรักษาดีกว่าหอมบั่ว

การเตรียมปลูกและวิธีปลูกหอมแดง

หอมแดงเป็นพืชที่ช่วยดินร่วน ต้องการความชื้นในดินค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในช่วงของการเจริญเติบโตและจะต้องให้ดินแห้งในช่วงระยะเวลาที่ใกล้จะเก็บเกี่ยว ต้องการแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตอยู่ที่ประมาณ 12.7-23.8 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถปลูกได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม

ในการเตรียมแปลงปลูกนั้นสามารถเตรียมแปลงได้เช่นเดียวกับการปลูกกระเทียม เพราะเป็นพืชที่มีระบบรากตื้น ดังนั้นในการเตรียมแปลงให้ใช้วิธีเดียวกันได้ โดยการยกขนาดของแปลงให้มีขนาดกว้าง 1-1.5 เมตร ระยะห่างระหว่างต้นที่นิยมใช้ในการปลูกอยู่ที่ประมาณ 15-20 เซนติเมตร

การปลูกโดยทั่วไปจะใช้หัวเล็กๆ เป็นหัวพันธุ์ ซึ่งจะใช้จำนวนประมาณ 100-200 กิโลกรัม / ไร่ การปลูกโดยการนำหัวพันธุ์มาตัดแต่งให้สะอาดโดยการตัดรากเสียบ้าง และตัดปลายหัวออกเล็กน้อยก็จะช่วยให้การงอกดีขึ้น และควรจุ่มหัวพันธุ์ลงในสารละลายฆ่าเชื้อรา เช่น Maneb หรือ Zineb ที่ผสมอย่างเจือจางในอัตรา 10-20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร แล้วนำไปผึ่งให้แห่งก้อนนำไปปลูก ทั้งนี้เพื่อป้องกันและทำลายเชื้อราที่อาจะติดมากับหัวพันธุ์

วิธีปลูกหอมแดงนั้นทำได้โดยการนำหัวพันธุ์ดำลงในแปลงปลูก ควรทำในขณะที่แปลงปลูกมีความชื้น ซึ่งจำทำให้ดำหัวได้ง่าย โดยดำลงไปในดินประมาณครึ่งหัวและเว้นระยะห่างระหว่างต้นตามที่กำหนดเอาไว้ (15-20 เซนติเมตร) การกดหัวนั้นต้องระวังอย่าให้หัวช้ำโดยให้ดำเบาๆ หลังจากนั้นควรคลุมด้วยหญ้าแห้งหรือฟางแห้ง เพื่อช่วยรักษาความชื้นและควบคุมวัชพืช ต้นหอมจะงอกขึ้นมาในระยะเวลาประมาณ 7-10 วันหลังจากปลูก ถ้ามีหัวใดไม่งอกควรทำการปลูกซ่อมลงในพื้นที่จุดเดิมโดยเอาหัวเก่าทิ้งไป

วิธีการดูแลรักษาหอมแดง

การให้น้ำนั้นต้องให้หลังจากการปลูกอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะในช่วงของการเจริญเติบโต อย่าปล่อยให้ผิวหน้าดินแห้งได้ โดยเฉพาะในเขตที่มีดินทราย ควรให้น้ำบ่อยๆ และงดการให้น้ำเมื่อหอมแดงเริ่มแก่

การให้ปุ๋ยนั้นให้ยึดหลัก N:P:K = 1:1 – 2:1 เป็นอัตราที่แนะนำให้ใช้สำหรับหอมแดง โดยใช้ปุ๋ยสูตร 5-10-5, 10-20-10 หรือ 15-15-15 ก็ได้ หากดินเป็นดินทรายควรให้โปรแตสเซียมเพิ่มเป็นพิเศษในอัตรา 50-100 กิโลกรัม / ไร่ การใส่ปุ๋ยให้แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกให้เป็นปุ๋ยรองพื้นประมาณครึ่งหนึ่งก่อน และอีกครั้งให้ใส่ปุ๋ยตอนต้นหอมมีอายุได้ 35-40 วัน โดยให้ใส่แบบโรยข้างแล้วพรวนดินกลบ และควรให้ยูเรียหรือแอมโมเนียมซัลเฟตในอัตรา 20-25 กิโลกรัม / ไร่ เมื่อหอมอายุได้ประมาณ 14 วัน หลังจากปลูก ซึ่งจะช่วยทำให้หอมโตเร็ว

ส่วนการพรวนดินนั้นให้พรวนดินเพื่อกำจัดวัชพืชแต่ต้องระวังไม่ให้กระทบกับรากเพราะเนื่องจากเป็นพืชที่มีระบบรากตื้น ซึ่งถ้าให้ดีควรใช้มือถอนวัชพืชแทนและควรทำในระยะเริ่มแรกของการเจริญเติบโต หากใช้ยากำจัดวัชพืชก็ควรใช้ Lasso ในอัตรา 0.36-0.46 กิโลกรัม / ไร่ โดยผสมน้ำแล้วฉีดพ่นก่อนที่หอมจะงอก

นอกจากการดูแลต่างๆ ในข้างต้นแล้วก็ยังจะต้องมีการคลุมดินด้วย เพราะการคลุมดินนั้นจะช่วยในการควบคุมความชื้นในดินให้มีอยู่ตลอดเวลาและช่วยควบคุมการลุกลามของวัชพืชได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดแรงงาน ประหยัดน้ำและเวลาไปได้เป็นอย่างมาก โดยการใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมเอาไว้

การเก็บเกี่ยวหอมแดง

หอมแดงนั้นสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่อมีอายุ 70-110 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์และฤดูกาลในการปลูกด้วย หากปลูกในฤดูฝนซึ่งเป็นนอกฤดูการปลูก จะสามารถเก็บเกี่ยวหอมแดงได้เมื่อมีอายุได้ 45 วัน ซึ่งในการเก็บเกี่ยวนั้นก็ยังสามารถใช้การสังเกตได้ด้วย โดยให้สังเกตว่าสีของใบเขียวจางลงและเหลืองหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็หมายความว่าหอมนั้นแก่พอที่จะทำการเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 1,100 กิโลกรัม / ไร่ และในการจัดการหลังเก็บเกี่ยวนั้นให้ทำเช่นเดียวกับการปลูกหอมหัวใหญ่หรือกระเทียม

หากต้องการเก็บหอมไว้ใช้ในการเพาะพันธุ์ ก็จะต้องเลือกหัวที่มีความแข็งแรง ไม่มีโรคและแมลง ซึ่งควรเก็บเกี่ยวตอนแก่และจัดแยกส่วนเก็บไว้ทำพันธุ์ออกมาต่างหากจะส่วนที่นำไปขาย หลังจากนั้นให้นำไปผึ่งให้แห้ง แล้วจึงฉีดพ่นยาป้องกันเชื้อราในอัตราที่เจือจางแล้วนำไปผึ่งให้แห้งอีกครั้งและเก็บไว้ในที่เย็นและแห้ง

การกำจัดวัชพืช 

ควรกำจัดวัชพืชบ่อย ๆ เมื่อวัชพืชยังเล็ก หากโตแล้วจะทำการกำจัดยากและจะกระทบกระเทือนรากหอมแดงได้มาก ปัจจุบันนิยมใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชมากขึ้นเพราะประหยัดแรงงานกว่า ตัวอย่างสารเคมีที่ใช้กำจัดวัชพืชในแปลงหอมแดง ได้แก่ อลาคลอร์ อัตราการใช้ให้ใช้ตามที่ระบุในฉลากยา

โรคแมลง

– โรคที่สำคัญของหอมแดง ได้แก่ โรคเน่าเละ , โรคใบจุดสีม่วง , โรคราน้ำค้าง และ โรคแอนแทรคโนส

– แมลงศัตรูหอมแดงที่สำคัญ ได้แก่ หนอนกระทู้หอมและเพลี้ยไฟ

ควรฉีดยาฆ่าแมลงและยากันรา ที่ราคาไม่แพงนักทุก 7 วัน เพื่อป้องกันไว้ล่วงหน้า หอมแดงที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีจะงอกงามและให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ

ประโยชน์ของ การปลูกหัวหอมแดง
คนไทยนิยมนำหอมแดง มาเป็นส่วนประกอบเครื่องแกงเผ็ด เป็นส่วนประกอบของไข่เจียวหมูสับ ซุปหางวัว รับประทานสดโดยฝานเป็นแว่นบางๆ รับประทานร่วมกับแหนมสด เมี่ยงคำ ปลาเค็มทอดบีบมะนาว หอมแดงซอย กับพริกขี้หนูสวนหั่นฝอย เป็นส่วนประกอบของน้ำพริกกะปิ หอมแดงเผาตำผสมกับน้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาทู น้ำพริกกุ้งสด และเป็นส่วนประกอบของหลนทุกอย่าง เป็นส่วนประกอบของขนมหวาน เช่น หอมแดงซอยเจียว ใส่ในข้าวเหนียวหน้าปลาแห้ง ขนมหม้อแกงถั่ว และไข่ลูกเขย ( อาหารคาวหวาน ) ฯลฯ

สรรพคุณทางยา : หัวหอม มีรสฉุน ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ช่วยย่อยและเจริญอาหาร แก้บวมน้ำ แก้อาการอักเสบต่าง ๆ ขับพยาธิ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น เมล็ด แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้กินเนื้อสัตว์เป็นพิษ ร่างกายซุบผอม (ใช้เมล็ดแห้ง 5-10 กรัมต้มน้ำดื่ม) ตำรายาไทยใช้หัวหอมแดง ผสมรวมกับเหง้าเปราะหอมสุมหัวเด็ก แก้หวัดคัดจมูก และกินเป็นยาขับลม หอมแดงมีสารเคอร์ซิติน และสารฟลาโวนอยด์ (quercetin และ flavonoid glycosides) อาจป้องกันโรคมะเร็งได้
นอกจากนี้ หอมแดงยังมีคุณสมบัติ เป็นยารักษาโรค ใช้ลดไข้และรักษาแผลได้ โดยเอาหัวหอมแดงมาซอยเป็นแว่นๆ ผสมกับน้ำมันมะพร้าวและเกลือ ต้มให้เดือด แล้วนำมาพอกแผล นอกจากนั้นหอมแดง ยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และยับยั้งเส้นเลือดอุดตัน ด้วยการบริโภคสด หรือประกอบอาหาร หรือบริโภคชนิดผง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก rakbankerd, plookphak

error: Content is protected !!