วันศุกร์, กรกฎาคม 19, 2019
การเลี้ยงสัตว์

เทคนิคการ ‘เลี้ยงปลานิล’ ให้โตเร็ว พร้อมสูตรอาหารเลี้ยงปลา แบบประหยัด

17.3KViews

เทคนิคการ ‘เลี้ยงปลานิล’ ให้โตเร็ว พร้อมสูตรอาหารเลี้ยงปลา แบบประหยัด หลายคนอาจกำลังมองหาอาชีพเสริม หรือกำลังมองหาอาชีพหลีกก็ตาม การทำเกษตรเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่เลว สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำนวนมาก โดยการทำเกษตรก็มีมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผัก ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ ทุกอย่างล้วนสามารถสร้างรายได้ให้เราได้หากรู้วิธีทำที่ถูกต้อง วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาชมเคล็ดลับการเลี้ยง ปลานิล ที่ไม่เคยมีใครบอก เลี้ยงขายได้เดือนละหลายหมื่นว่าแล้วไปชมกันเลยค่ะ

1.กระสอบปุ๋ยที่เห็นในน้ำ

คือขี้วัวใส่รวมกับเศษหญ้าขนหญ้าเนเปียหญ้าขน ใส่ไว้ในบ่อ เพื่อให้เกิดสาหร่ายอาหารธรรมชาติของปลานิล ปลายี่สก

2.เอาพันธุ์ปลามาปล่อย

เอาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลานิล ปลายี่สกมาปล่อย (ไม่เยอะ ดูตามสูตรด้านล่าง)

3.ระยะขยายพันธุ์

ประมาณ 3 -4 เดือนปลาจะเริ่มขยายพันธุ์ พอมีลูกปลาเล็กๆ ปล่อยปลาดุกลงไป ปลาดุกจะกินลูกปลานิล ปลายี่สก ที่ไม่ค่อยโต อ่อนแอ ซึ่จะเป็นการคัดเลือกสายพันธุ์ โดยธรรมชาติ ปลานิลรุ่นต่อๆไป จะโตขึ้นแข็งแรงขึ้นเอง ในขณะ ที่เราจะได้ปลาดุก ไว้ขายด้วย

4.อาหารปลานิล

ปลายี่สก คือ สาหร่ายที่เกิดจากปุ๋ยคอก (ขี้วัวผสมหญ้า) อาหารปลาดุกลูกปลานิล ลูกปลายี่สก ไม่ต้องจ่ายค่าอาหารซักบาท ปลาจะตัวเล็ฏหน่อยก็ไม่เป็นไร เพราะเอาไว้กินเอง เหลือขายเท่าไหร่ก็ได้ เพราะไม่มีต้นทุนค่าอาหาร ขายได้เท่าไหร่ก็กำไรเท่านั้น

5.ปลายี่สกเลี้ยงไว้ลืมๆ

ไปแป้บเดียวตัวใหญ่ได้ราคาดี เป็นโบนัส อีกต่างหาก นี่คือตัวอย่างการสร้างระบบนิเวศน์ แบบพอเพียง ใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ทำเพื่อกินก่อนเหลือแล้วค่อยขาย อย่าหลงผิดกับการกินปลาทับทิมปลานิลหมัน ตัวใหญ่ไขมันเยอะ มาใช้สิ่งที่พ่อหลวงพระราชทานไว้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดดีกว่า

การเลี้ยงปลานิล

ปลานิล เป็นปลาน้ำจืดที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว และเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เนื้อปลามีรสชาติดี ปัจจุบันเกษตรกรนิยมเลี้ยงปลานิลกันอย่างกว้างขวาง สำหรับการเพาะปลานิลในบ่อดินมีวิธีการ ดังต่อไปนี้

1.การเตรียมบ่อเพาะพันธุ์

บ่อดินที่ใช้เป็นบ่อเพาะปลานิลควรเป็นบ่อรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเนื้อที่ตั้งแต่ 50-1,600 ตารางเมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ระดับสูง 1 เมตร บ่อควรมีเชิงลาดตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันดินพังทลาย และมี ชานบ่อกว้าง 1-2 เมตร ถ้าเป็นบ่อเก่าก็ควรวิดน้ำและสาดเลนขึ้น ตกแต่งภายในบ่อให้ดินแน่น ใส่โล่ติ๊น

กำจัดศัตรูของปลาอัตราส่วนใช้โล่ติ๊นแห้ง 1 กก./ปริมาตรของน้ำ 100 ลูกบาศก์เมตร โรยปูนขาวให้ทั่วบ่อ 1 กก./ พื้นที่บ่อ 10 ตรม. ใส่ปุ่ยคอกแห้ง 300 กก./ไร่ ตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน จึงเปิดหรือสูบน้ำเข้าบ่อ ผ่านผ้ากรองหรือตะแกรงตาถี่ให้มีระดับสูงประมาณ 1 เมตร การใช้บ่อดินเพาะปลานิลจะมีประสิทธิภาพ ดีกว่าวิธีอื่น เพราะเป็นบ่อที่มีลักษณะคล้ายคลึงธรรมชาติ และการผลิตลูกปลานิลจากบ่อดินจะได้ผลผลิตสูง ต้นทุนต่ำกว่าวิธีอื่น

2.การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์

การคัดเลือกพ่อแม่ปลานิล จากการสังเกตจากลักษณะภายนอกของปลาที่สมบูรณ์ปราศจากเชื้อโรคและบาดแผล สำหรับพ่อแม่ปลาที่พร้อมจะวางไข่นั้นสังเกตได้จากอวัยวะเพศถ้าเป็นปลาตัว เมีย จะมีสีชมพูแดงเรื่อ ส่วนปลาตัวผู้ก็สังเกตได้ จากสีของตัวปลาที่เข้มสดใสโดยเปรียบเทียบกับปลานิล ตัวผู้อื่น ๆ ที่จับขึ้นมา ขนาดของปลาตัวผู้และตัวเมียควรมีขนาดไล่เลี่ยกันคือมีความยาวตั้งแต่ 15-25 เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่ 150-200 กรัม

3.อัตราส่วนที่ปล่อยพ่อแม่ปลาลง

เพราะปริมาณพ่อแม่ปลาที่จะนำไปปล่อยในบ่อเพาะ 1 ตัว/4 ตารางเมตร หรือไร่ละ 400 ตัว ควรปล่อยในอัตราส่วนพ่อปลา 2 ตัว /แม่ปลา 3 ตัว เนื่องจากได้สังเกตจากพฤติกรรมในการผสมพันธุ์ของปลาชนิดนี้ ปลาตัวผู้มีสมรรถภาพที่จะผสมพันธุ์กับปลาตัวเมียอื่น ๆ ได้อีก ดังนั้น การเพิ่มอัตราส่วนของปลาตัวเมียให้มากขึ้นคาดว่าจะได้ลูกปลานิลเพิ่มขึ้น

4.การให้อาหารและปุ๋ยในย่อเพาะพันธุ์

การเลี้ยงปลานิลมีความจำเป็นที่จะต้องให้อาหารสมทบ หรืออาหารผสมได้แก่ ปลายข้าว สาหร่าย รำละเอียด ในอัตราส่วน 1:2:3 โดยให้อาหารดังกล่าวแก่พ่อแม่ปลานิลประมาณ 2% ของน้ำหนักตัว ทั้งนี้เพื่อให้ปลานิลใช้เป็นพลังงาน ซึ่งต้องใช้มากกว่าในช่วงการผสมพันธุ์ ส่วนปุ๋ยคอกแห้งก็ต้องใส่ในอัตราส่วนประมาณ 100-200 กก./ไร่/เดือน

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มพูน อาหารธรรมชาติในบ่อ ได้แก่ พืชน้ำขนาดเล็ก ๆ ไรน้ำ และตัวอ่อน อันจะเป็นประโยชน์ต่อลูกปลานิลวัยอ่อนที่หลังจากถุงอาหารยุบตัวลง และจะต้องดำรงชีวิตอยู่ในบ่อเพาะดังกล่าวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะย้ายไปเลี้ยงในบ่ออนุบาล ถ้าในบ่อขาดอาหารธรรมชาติดังกล่าว

ผลผลิตลูกปลานิลจะได้น้อยเพราะขาดอาหารที่จำเป็นเบื้องต้น หลังจากถุงอาหารได้ยุบตัวลงใหม่ ๆ ก่อนที่ลูกปลานิลจะสามารถกินอาหารสมทบอื่น ๆ ได้ อาหารสมทบ ที่หาได้ง่ายคือ รำข้าว ผสมกับปลาป่น กากถั่ว และวิตามิน นอกจากนี้ แหนเป็ด และสาหร่าย หลายชนิดก็สามารถจะใช้เป็นอาหารเสริมแก่พ่อแม่ปลานิลได้เป็นอย่างดี

ขั้นตอนการเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน

1.กำจัดวัชพืชและพันธุ์ไม้น้ำต่าง ๆ

เช่น กก หญ้า ผักตบชวาให้หมดโดยนำมากองสุมไว้แห้ง แล้วนำมาใช้เป็นปุ๋ยหมักในขณะที่ปล่อยปลาลงเลี้ยง ถ้าในบ่อเก่ามีเลนมากจำเป็นต้องสาดเลนขึ้นโดยนำไปเสริมคัดดินที่ชำรุด หรือใช้เป็นปุ๋ยแก่พืช ผัก ผลไม้ พร้อมทั้งตกแต่งเชิงลาดและอัดดินให้แน่นด้วย

กำจัดศัตรูของปลานิล ได้แก่ ปลาจำพวกกินเนื้อ เช่น ปลาช่อน ปลาชะโด ปลาหมอ ปลาดุก นอกจากนี้ก็มีสัตว์จำพวก กบ เขียด งู เป็นต้น โดยวิธีระบายน้ำออกให้เหลือน้อยที่สุด การกำจัดศัตรูของปลาอาจใช้โล่ติ๊นสด หรือแห้ง ประมาณ 1 กิโลกรัม ปริมาณของน้ำในบ่อ 100 ลูกบาศก์เมตร คือทุบหรือบดโล่ติ๊นให้ละเอียด นำลงแช่น้ำประมาณ 1-2 ปี๊บ ขยำโล่ติ๊นเพื่อให้น้ำสีขาวออกมาหลาย ๆ ครั้งจนหมดนำไปสาดให้ทั่วบ่อ

ศัตรูพวกปลาจะลอยหัวขึ้นมาภายหลังโล่ติ๊นประมาณ 30 นาที ใช้สวิงจับขึ้นมา ที่เหลือตายพื้นบ่อจะลอยในวันรุ่งขึ้น ส่วนศัตรูจำพวกกบเขียดงูจะหนีออกจากบ่อไป และก่อนปล่อยปลาลงเลี้ยง ควรจะทิ้งระยะไว้ประมาณ 7 วัน เพื่อให้ฤทธิ์ของโล่ติ๊นสลายตัวไปหมดเสียก่อน

โดยปกติแล้วอุปนิสัยในการกินอาหารของปลานิลจะกินอาหารจำพวกแพลงก์ตอนพืช และสัตว์ แหน สาหร่าย ฯลฯ ดังนั้น ในบ่อเลี้ยงปลาควรให้อาหารธรรมชาติดังกล่าวเกิดขึ้นอยู่เสมอ จึงจำเป็นต้องใส่ปุ๋ยลงไปเพื่อละลายเป็นธาตุอาหาร ซึ่งพืชน้ำขนาดเล็กจำเป็นใช้ในการปรุงอาหารและเจริญเติบโตโดยกระบวนการ สังเคราะห์แสง

ซึ่งเป็นโซ่อาหารอันดับต่อไป คือ แพลงก์ตอนสัตว์ ได้แก่ ไร่น้ำ และตัวอ่อนของแมลง ปุ๋ยที่ใช้ ได้แก่ มูลวัว ควาย หมู เป็ด ไก่ นอกจากปุ๋ย ที่ได้จากมูลสัตว์แล้วก็อาจใช้ปุ๋ยหมักจำพวกหญ้าและฟางข้าวปุ๋ยสดต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกัน

อัตราส่วนการใส่ปุ๋ยคอกในระยะแรก ควรใส่ประมาณ 250-300 กก./ไร่/เดือน ส่วนในระยะหลัง ควรลดลงเพียงครึ่งหนึ่ง หรือสังเกตจากสีของน้ำในบ่อ ถ้ายังมีสีเขียวอ่อนแสดงว่ามีอาหารธรรมชาติ เพียงพอ ถ้าน้ำใส่ปราศจากอาหาร ธรรมชาติก็เพิ่มอัตราส่วนให้มากขึ้น และในกรณีที่หาปุ๋ยคอกไม่ได้ก็ อาจใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ สูตร 15 : 15 : 15 ใส่ประมาณ 5 กก./ไร่/เดือน ก็ได้ วิธีใส่ปุ๋ย ถ้าเป็นปุ๋ยคอกควรตาก บ่อให้แห้งเสียก่อน

เพราะปุ๋ยสดจะทำให้น้ำมีแก๊สจำพวกแอมโมเนียละลายอยู่น้ำหนักมากเป็นอัต รายต่อ ปลา การใส่ปุ๋ยคอกใช้วิธีหว่านลงไปในบ่อให้ละลายน้ำทั่ว ๆ บ่อ ส่วนปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยสดนั้นควร กองสุมไว้ ตามมุมบ่อ 2-3 แห่ง โดยมีไม้ปักล้อมเป็นคอกรอบกองปุ๋ยเพื่อป้องกันมิให้ส่วนที่ยังไม่สลายตัว กระจัดกระจาย

2.อัตราปล่อยปลาเลี้ยงในบ่อดิน

ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำ อาหาร และการจัดการเป็นสำคัญ โดยทั่วไป จะปล่อยลูกปลาขนาด 3-5 ซม. ลงเลี้ยงในอัตรา 1-3 ตัว/ตารางเมตร หรือ 2,000 – 5,000 ตัว/ไร่

3.การให้อาหาร

การใส่ปุ๋ยเป็นการให้อาหารแก่ปลานิลที่สำคัญมากวิธีหนึ่ง เพราะจะได้อาหารธรรมชาติ ที่มีโปรตีนสูงและราคาถูก แต่เพื่อเป็นการเร่งให้ปลาที่เลี้ยงเจริญเติบโตขึ้นหรือถูกต้องตามหลัก วิชาการ จึงควรให้อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรทเป็นอาหารสมทบด้วย เช่น รำ ปลายข้าว กากมะพร้าว มันสำปะหลัง หั่นต้ม ให้สุก

และเศษเหลือของอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น กากถั่วเหลืองจากโรงทำเต้าหู้ กากถั่วลิสง อาหารผสมซึ่งมีปลาป่น รำข้าว ปลายข้าว มีจำนวนโปรตีนประมาณ 20% เศษอาหารที่เหลือจากโรงครัวหรือภัตตาคาร อาหารประเภทพืชผัก เช่น แหนเป็น สาหร่าย ผักตบชวาสับให้ละเอียด เป็นต้น อาหารสมทบเหล่านี้ควรเลือกชนิดที่มีราคาถูกและหาได้สะดวกส่วนปริมาณที่ให้ก็ ไม่ควรเป็น 4% ของน้ำหนักปลาที่เลี้ยง

หรือจะใช้วิธีสังเกตจากปลาที่ขึ้นมากินอาหารจากจุดที่ให้เป็นประจำ คือ ถ้ายังมีปลานิลออกันอยู่มากเพื่อรอกินอาหารก็เพิ่มจำนวนอาหารมากขึ้นตาม ลำดับทุก 1-2 สัปดาห์ ในการให้อาหารสมทบมีข้อพึงควรระวัง คือ ถ้าปลากินไม่หมด อาหารจมพื้นบ่อ หรือละลายน้ำมากก็ทำให้เกิดน้ำเน่าเสียเป็นอันตรายต่อปลาที่เลี้ยง และ/หรือต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการสูบถ่าย เปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ

การเจริญเติบโตและผลผลิต

ปลานิลเป็นปลาที่มีการเจริญเติบโตเร็ว เมื่อได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องจะมีขนาดเฉลี่ย 500 กรัม ในเวลา 1 ปี ผลผลิตไม่น้อยกว่า 500 กก./ไร่/ปี ในกรณีที่เลี้ยงในกระชังที่คุณภาพน้ำดีมีอาหารสมทบอย่างสมบูรณ์ สามารถให้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 5 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร

การจับจำหน่ายและการตลาด

ระยะเวลาการจับจำหน่าย ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับขนาดของปลานิลและความต้องการของตลาด โดยทั่วไปเป็นปลานิลที่ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อรุ่นเดียวกัน ก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ปี จึงจะจับจำหน่าย เพราะปลานิลที่ได้จะมีน้ำหนักประมาณ 2-3 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดที่ต้องการส่วนปลานิล ที่ปล่อยลงเลี้ยงหลายรุ่นในบ่อเดียวกัน ระยะเวลาการจับจ่ายจำหน่ายก็ขึ้นอยู่กับราคาปลาและความต้อง การของผู้ซื้อการจับปลาทำได้ 2 วิธี ดังนี้

1.จับปลาแบบไม่วิดบ่อแห้ง

จะใช้อวนตาห่างจับปลา เพราะจะได้ปลาที่มีขนาดใหญ่ตามที่ต้องการ การตีอวนจับปลากระทำโดยผู้จับจำหน่ายและยืนเรียงแถวหน้ากระดานโดยมีระยะห่าง กันประมาณ 4.50 เมตร โดยอยู่ทางด้านหนึ่งของบ่อแล้วลากอวนไปยังอีกด้านหนึ่งของบ่อตามความยาวแล้ว ยกอวนขึ้น หลักจากนั้นก็นำสวิงตักปลาใส่เข่งเพื่อชั่งขาย ทำเช่นนี้เรื่อยไปจนได้ปริมาณตามที่ต้องการ ส่วนปลาเล็ก ก็คงปล่อยเลี้ยง

2.จับปลาแบบวิดบ่อแห้ง

ก่อนทำการจับปลาจะต้องสูบน้ำออกจากบ่อให้เหลือน้อยแล้วจึงตีอวนจับปลา เช่นเดียวกับวิธีแรก จนกระทั่งปลาเหลือจำนวนน้อยจึงสูบน้ำออกจากบ่ออีกครั้งหนึ่ง และขณะเดียวกันก็ตีน้ำไล่ปลาให้ไปรวมกันอยู่ในร่องบ่อ ร่องบ่อนี้จะเป็นส่วนที่ลึกอยู่ด้านหนึ่งของบ่อเมื่อนำไปบ่อแห้ง ปลาก็จะมารวมกันอยู่ที่ร่องบ่อ และเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาก็จับปลาขึ้นจำหน่ายต่อไป การจับปลาลักษณะนี้ส่วนใหญ่จำทำทุกปีในฤดูแล้ง เพื่อตากบ่อให้แห้งและเริ่มต้นเลี้ยงปลาในฤดูการผลิตต่อไป

ตลาดของปลานิลส่วนใหญ่ยังใช้บริโภคภายในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม มีโรงงานห้องเย็นเริ่มรับซื้อ ปลานิล ปลานิลแดง เพื่อแปรรูปส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอมริกา อิตาลี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เป็นต้น โดยโรงงานจะรับซื้อ ปลาขนาด 400 กรัม ขึ้นไป เพื่อแช่แข็งส่งออกทั้งตัว และรับ ซื้อปลา ขนาด 100-400 กรัม เพื่อแล่เฉพาะเนื้อแช่แข็ง หรือนำไปแปรรูปเพื่อส่งออกต่อไป

สูตรอาหารของ”ปลากินพืช”ก็มีหลายสูตรให้นำไปใช้น่ะค่ะแล้วแต่ว่าใครมีวัสดุอุปกรณ์สูตรไหนทำง่ายประหยัดด้วยค่ะ

สูตรที่1

วัสดุที่ใช้

  • แหน 5 กก. ถ้าช่วงไหนตามแหล่งน้ำไม่มีแหน ให้ใช้ต้นกล้วยแทน วิธีการก็คือนำมาหั่นและตำให้ละเอียดก่อน
  • รำละเอียด 1 กก.
  • น้ำหมักปลา 1 ลิตร (ทำจากเศษปลาที่เหลือทิ้งมาหมัก)

วิธีทำสูตรที่ 1

  • นำแหนและรำละเอียดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • จากนั้นเทน้ำหมักปลาลงไป1ลิตร คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  • แค่นี้ก็ได้อาหารปลาแล้วค่ะปั้นเป้นก้อนๆโยนให้ปลากินได้เลย
  • และถ้าต้องการเก็บไว้ใช้แบบไม่ต้องทำบ่อยๆหรือทุกวันก็สามารถนำอาหารสูตรนี้ตากแดดให้แห้งแล้วอัดเม็ดเก็บไว้ใช้ได้หลายเดือนเหมือนกันค่ะ

สำหรับสูตรนี้จะเริ่มให้อาหารแก่ปลาที่มีอายุประมาณ 1 เดือนเศษ ช่วงเวลาที่ให้คือเช้าหรือเย็นก็ได้ วันละ 1 ครั้ง บ่อละ 1 กก. ซึ่งเลี้ยงปลาได้ถึง 4,000 ตัวเลยทีเดียวค่ะ ค่าใช้จ่ายจากสูตรนี้จะเสียค่าใช้จ่ายแค่ ค่ารำเพียงมื้อละ 2 บาทแค่นั้นเอง น่าสนใจนำไปใช้กันดูน่ะค่ะ เราใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงปลาประมาณ 6-8 เดือนก็สามารถจับปลาไปจำหน่ายได้แล้ววิธีนี้จะช่วยลดต้นทุค่าอาหารลงได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวค่ะ

สูตรที่2

วัสดุส่วนผสม

  • พืชสีเขียว เช่น ผักบุ้ง กระถิน ฯลฯ 5 กก.
  • ปลาป่นหรือหอยเชอรี่ 1 กก.
  • รำละเอียด 2 กก.
  • ปลายข้าวต้มสุก 1 กก.
  • ข้าวโพดป่น 1 กก.
  • กล้วยน้ำว้า/ฟักทอง/มะละกอ (เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง) 1 กก.
  • เกลือ 2 ขีด
  • กากน้ำตาล 5 ช้อนโต๊ะ
  • EM หรือน้ำจุลินทรีย์ 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีก็ใช้น้ำหมักชีวภาพสูตรหอยเชอรี่ สูตรปลา เหมาะจะใช้ในสูตรอาหารปลากินเนื้อ น้ำหมักเปลือกมังคุดหรือน้ำหมักพืชผัก เหมาะสำหรับใช้ในสูตรอาหารปลากินพืชหรือสูตรไหนแทนก็ได้ทั้งนั้นค่ะ)

ขั้นตอนและวิธีทำ

  • นำหอยเชอรี่มาบดทั้งเปลือก
  • ใส่ส่วนผสม ปลาป่น,หอยเชอรี่ที่บดแล้ว,ข้าวโพดป่น ทั้งหมดใส่ผสมกันในกะละมัง อัตราส่วนตามที่กำหนดในสูตรผสมให้เข้ากัน
  • หากต้องการทำให้เป็นเม็ดก็นำเข้าเครื่องอัดเม็ด โดยขนาดของเม็ดเราก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการ
  • หรือจะปั้นเป็นก้อนก็ได้ ขนาดเล็กใหญ่แล้วแต่ขนาดของปลา
  • แล้วให้นำไปผึ่งลมให้แห้งเป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

วิธีการนำไปใช้ให้อาหารปลา

  • นำไปหว่านให้ปลากินวันละครั้ง 2 มื้อ เช้าและเย็น
  • หว่านให้ทั่วบ่อ จุดเดิมเสมอเพื่อให้ปลาเคยชิน
  • หว่านให้ปลากินหมดภายใน 30 นาที

ประโยชน์ของอาหารปลาสูตรที่ 2 ได้แก่

  • ใช้เป็นอาหารปลากินพืชได้ทุกชนิด
  • ประหยัดกว่าซื้ออาหารปลาสำเร็จรูป
  • มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน
  • ปลาโตเร็ว ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงเพียง 3 เดือนก็สามารถจับมาบริโภคหรือจำหน่ายได้แล้วค่ะ

สูตรที่ 3

วัสดุอุปกรณ์ในการทำอาหารปลา

  • รำอ่อน 6 กก.
  • ใบผักบุ้งหรือใบกระถินตากแห้ง 4 กก.
  • อาหารปลาสำเร็จรูป 1 กก.
  • ข้าวสุก 3 กก.(เพื่อช่วยให้อาหารจับตัวเป็นก้อน)
  • กากมะพร้าว 1 กก.

วิธีทำ

  • ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ปั้นเป็นก้อน
  • แล้วนำไปตากจนแห้ง 1-2 วัน ก็นำไปใช้ได้

สูตรนี้ใช้เลี้ยงปลาที่มีขนาดลำตัว 1 นิ้วขึ้นไป สูตรนี้มีต้นทุนกิโลกรัมละ 10 บาทเหมาะสำหรับปลากินพืช เช่น ปลานิล,ปลาตะเพียน,แต่หากปรับมาให้กับปลากินเนื้อ เช่นปลาดุก ให้เสริมปลาป่นเพื่มเข้าไปในส่วนผสมค่ะ ต้นทุนลดลงกว่าไปซื้ออาหารสำเร็จรูปได้ครึ่งต่อครึ่งซึ่งส่งผลให้กำไรได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวค่ะ

สูตรที่ 4 อาหารสำหรับปลานิล

วัสดุส่วนผสม 

  • รำ 6 กก.
  • เปลือกถั่วเหลือง 1 กก.
  • เศษผัก 3 กก.

ขั้นตอนและวิธีทำ

  • นำเปลือกถั่วเหลือง,รำ,เศษผักในอัตราส่วนตามสูตรมาต้มรวมกัน
  • ต้มทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
  • ทิ้งไว้ให้เย็นก็สามารถนำไปเป็นอาหารปลานิลได้แล้วค่ะ

การให้อาหารสูตรนี้กับปลานิลคือ ให้กินวันล่ะ 1 ครั้งก็พอค่ะ

สูตรที่ 5 สูตรนี้ง่ายๆค่ะ

  • สำหรับปลากินพืชน่ะค่ะ ใช้แค่ฟางไปใส่ไว้ในบ่อปลาโดยไม่ต้องผสมอะุไรเลย แช่ไว้ให้เปื่อยแล้วปลาก็จะมากินเอง เมื่อปลากินฟางเค้าก็จะได้เป็นอาหารเสริมแก่ตัวปลาส่วนเราก็ประหยัดในค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

สูตรที่ 6 สำหรับปลากินพืช

วัสดุอุปกรณ์

  • มันเส้นบดตากแดดให้แห้ง 44 กก.
  • กากมะพร้าว 20 กก.
  • กากถั่วเหลือง 10 กก.
  • รำอ่อน 10 กก.
  • เศษปลาทั่วไป บดตากแห้ง 5 กก.
  • มูลไก่ไข่ 10 กก.
  • ไดแคลเซียม 1 กก. (มีจำหน่ายตามร้านอาหารสัตว์ทั่วไป)
  • แร่ธาตุรวม 1/4ขีด (มีจำหน่ายตามร้านอาหารสัคว์ทั่วไป)
  • ไรซีน 2 ขีด (มีจำหน่ายตามร้านอาหารสัตว์ทั่วไป)

ขั้นตอนและวิธีการทำ

  • นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • จากนั้นนำไปใส่เครื่องบดให้ละเอียด 2 ครั้งโดยครั้งสุดท้ายจะได้ออกมาเป็นเส้นๆเนื้อละเอียด
  • นำไปตากแดดให้แห้งประมาณ 3 วันให้กลับกองทุกๆ 3 ชั่วโมงตากแห้งให้ได้ความชื้น 14 % ก็สามารถนำไปเป็นอาหารปลาได้แล้วค่ะ

สูตรอาหารปลาสูตรนี้จะได้อาหารสำหรับปลากินพืชที่มีโปรตีนถึง 16 % สามารถนำไปใช้เลี้ยงปลาเป็นอาหารหลักที่เราเลี้ยงเอง หรือจะผลิตอาหารสูตรนี้เพื่อจำหน่ายก็ถือว่าได้กำไรสองต่อแถมมีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกด้วยน่ะค่ะ ต้นทุนต่ำมากเฉลี่ยแล้วใช้เพียงกิโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้นเองและยังสามารถเก็บไ้ได้นานประมาณ 3 เดือนอีกด้วย

และสูตรสุดท้ายเป็นสูตรภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้เลี้ยงปลานิล

อาหารปลาอย่างดีที่สุดของปลานิล พึ่งจะทราบเหมือนกันค่ะว่าคือ “ขี้วัวหรือขี้ควาย”นี่เอง วิธีการก็ง่ายๆมี 2 แบบค่ะ

  1. แบบแรก  การนำเอาขี้วัวหรือขี้ควายสดๆ ไปวางไว้ในน้ำริมบ่อเลี้ยงปลา เมื่อปลาได้กลิ่นก็จะพากันมารุมกินอย่างเมามันกันเลยทีเดียวค่ะ
  2. แบบที่สอง นำขี้วัวหรือขี้ควายใส่กระสอบ ให้มัดปากกระสอบให้แน่น เจาะรูไว้รอบๆกระสอบ แล้วหย่อนกระสอบลงไปไว้ในบ่อที่เลี้ยงปลานิล โดยเอาเชือกมัดปากกระสอบไว้กับต้นไม้หรือทำหลักปักไว้ เมื่อปลาได้กลิ่นหรือปลาหิว ก็จะพากันมากินโดยปลาจะค่อยๆกินทีละน้อย

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • ขี้วัวกับขี้ควายนอกจากจะทำให้ปลานิลอิ่มแล้วยังช่วยให้ไรน้ำและตะไคร่น้ำเพิ่มจำนวนมากขึ้นและเติบโตอย่างรวดเร็วอีกด้วย ซึ่งไรน้ำและตะไคร้น้ำล้วนเป็นอาหารชั้นดีของปลานิลและปลากินพืชชนิดอื่นๆด้วยค่ะ
  • การเลี้ยงปลานิลด้วยขี้วัวนอกจากจะช่วยประหยัดต้นทุนในการเลี้ยงแล้ว ก็ยังช่วยในด้านทำให้ปลานิลปลอดจากสารพิษหรือสารตกค้างต่างๆและมีความปลอดภัยสูงอีกด้วยค่ะ

Cr.ศูนย์รวมความรู้การเกษตร@farmlandthai

error: Content is protected !!