วันจันทร์, กันยายน 23, 2019
พืชผัก/สมุนไพร

เผยเทคนิคการปลูกฟักทองแบบง่าย ๆ พร้อมการทำให้ฟักทองติดผลดก

17.7KViews

เผยเทคนิคการปลูกฟักทองแบบง่าย ๆ พร้อมการทำให้ฟักทองติดผลดก ฟักทองเป็นพืชตระกูลเดียวกับแตง เป็นผักที่ปลูกได้ง่าย ขึ้นได้ในดินทุกชนิด แทบทุกส่วนของฟักทองสามารถนำมาใช้บริโภคเป็นอาหารได้ นอกจากนั้นยังนำมาทำของหวานได้ด้วย ฟักทองมีลำต้นเลื้อย จึงต้องการพื้นที่ในการเพาะปลูกมาก มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในต้นเดียวกัน ใช้แมลงเป็นตัวช่วยผสมละอองเกสร และสามารถช่วยการผสมให้ติดผลได้มากขึ้น ฟักทองเป็นพืชที่รู้กันในหมู่คนที่อพยพเข้าไปอยู่ในอเมริกาสมัยแรกๆ คนเหล่านั้นใช้ฟักทองเป็นอาหาร ชาวอินเดียแดงบางเผ่าใช้เปลือกฟักทองมาตากแห้ง แล้วนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ส่วนชาวจีนนับถือว่าฟักทองเป็นพืชที่บ่งบอกถึงความสมบูรณ์มั่งคั่ง ซึ่งฟักทองนั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิด (ตามลักษณะลำต้น) ดังนี้

  1. พวกที่ลำต้นเป็นเถาเลื้อย (Vine type) ลำต้นเมื่อโตแล้วจะเลื้อยและแตกแขนงมาก เป็นฟักทองพันธุ์พื้นเมืองทั่วๆ ไป และมีพันธุ์ลูกผสมต่างๆ พวกนี้จะออกดอกตามข้อ มีแขนงมากให้ผลแขนงละ 1-2 ผล
  2. พวกที่ลำต้นเตี้ย (Bush type) พุ่มใหญ่ ใบมีขนาดใหญ่มาก และบางชนิดอาจมีหนาม ก้านใบกลมกลวง หักง่าย ออกดอกตามมุมก้านใบ ออกดอกเมื่อฟักทองอายุได้ 35 วัน มีผลมาก เพราะมีดอกตัวเมียมาก ขนาดของผลแต่ละผลมีขนาดที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิด

อุปกรณ์

  • เมล็ดฟักทองที่สมบูรณ์
  • จอบหรือเสียม
  • ดินร่วนปนทราย ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ฟางคลุมดิน
  • เชือกและไม้หลัก เอาไว้ทำที่ให้เถาเลื้อย

ขั้นตอน

1. คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ให้ดี

เลือกเมล็ดที่มีรูปร่างอวบแน่น ไม่มีตำหนิ และจะต้องเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์เท่านั้น นำเมล็ดที่ได้ไปผึ่งให้แห้งก่อนนำไปปลูก ไม่เช่นนั้นต้นกล้าจะไม่งอก

2. เตรียมพื้นที่สำหรับปลูกฟักทอง

หาไม้หลักมาปักข้าง ๆ ที่ปลูกให้แน่นหนา เมื่อต้นกล้าฟักทองเริ่มงอกขึ้นมาภายใน 7-10 วัน แล้วใช้เชือกโยงไปผูกติดกับรั้วบ้านหรือทำเป็นซุ้มเตี้ย ๆ ก็ได้ แต่ที่สำคัญพื้นที่ที่ปลูกฟักทองจะต้องมีแสงแดดส่องถึง

3. เตรียมดินและปุ๋ยให้พร้อมปลูก

ดินที่ใช้ปลูกจะต้องเป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ดินมีความชื้นในอัตราที่พอเหมาะ และผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเติมลงไปด้วย จากนั้นขุดหลุมหย่อนเมล็ดให้ลึกประมาณ 2-4 เซนติเมตร หย่อนเมล็ดลงไปหลุมละ 3 เมล็ด จากนั้นกลบดิน รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะ และคลุมด้วยฟางเพื่อช่วยกักเก็บความชื้น

4. ถอนต้นกล้าที่อ่อนแอทิ้งไป

เมื่อต้นฟักทองเริ่มมีใบงอกขึ้นมาภายใน 7-10 วัน หรือเห็นว่าเริ่มมีใบประมาณ 3 ใบ ให้จัดการถอนต้นที่อ่อนแอทิ้งไป และเหลือไว้แต่ต้นแข็งแรงเพียงต้นเดียวเท่านั้น

5. รอเวลาเก็บเกี่ยว

ต้นฟักทองจะออกดอกช่วง 1-2 เดือนหลังปลูก โดยจะมีทั้งดอกตัวเมีย (ลักษณะดอกบานกว้าง) และดอกตัวผู้ (ลักษณะยาวตรง) ภายในต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้จะล่อให้แมลงมาผสมเกสรระหว่างดอก หลังจากนั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ฟักทองก็จะค่อย ๆ ออกเป็นผลเล็ก ๆ ใต้ดอกตัวเมียให้เราได้เห็น

วิธีการดูแล

การดูแลต้นฟักทองนั้นก็ไม่ยากอย่างที่คิด แค่รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะในตอนเช้า รดที่โคนต้นเท่านั้นอย่าให้โดนเถาและใบ ตรวจสอบการระบายน้ำให้ดีอย่าให้มีน้ำขัง หมั่นใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกอยู่สม่ำเสมอ และพรวนดินอย่างระมัดระวังในช่วงระยะแรกที่ต้นเริ่มออกใบเพื่อเป็นการกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชไปในตัว

ข้อควรระวัง

ขอแนะนำเพิ่มเติมว่าในช่วงที่ต้นกำลังออกดอกและมียอดใบอ่อนนั้น ไม่ควรเด็ดยอดอ่อนมันมากินเพราะจะทำให้ต้นฟักทองไม่ออกผล และอีกเรื่องที่สำคัญนั่นก็คือ โรคราแป้ง ซึ่งเกิดจากการที่ใบและต้นฟักทองได้รับความชื้นมากเกินไป ไม่ค่อยโดนแดด ดังนั้นควรรดน้ำให้ชุ่มแต่พอดีในตอนเช้าและรดที่โคนต้นเท่านั้น นอกจากนี้ควรจะจัดการพื้นที่ให้มีแดดส่องถึงตลอดทั้งวัน หากมีศัตรูพืชรบกวนไม่ว่าจะเป็นเพลี้ย แมลงหวี่ ด้วงเต่าแตง หรือแมลงวัน สามารถกำจัดออกได้โดยการใช้น้ำผสมสบู่อ่อน ๆ กาแฟ หรือแอมโมเนียฉีดพ่นลงไปที่ตัวแมลงโดยตรง

ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว

หลังจากวันที่ลงมือปลูกและนับไปอีกประมาณ 180 วัน เราก็จะได้ผลฟักทองเปลือกแข็งและเนื้อแก่เหนียวพร้อมปรุงอาหาร (9 เมนูฟักทอง เมนูสีเหลืองหลากหลายความอร่อย) วิธีเก็บผลฟักทองที่ถูกนั้นเราจะต้องตัดเอาส่วนเถาติดมาด้วยประมาณ 7 เซนติเมตร แล้วฟักทองก็จะเก็บได้นานขึ้น

วิธีทำให้ฟักทองติดผล

การเตรียมวัตถุดิบ

  1.     นมผงเด็ก
  2.     น้ำสะอาด

วิธีการทำ

– เมื่อปลูกฟักทองได้ประมาณ 1 เดือน ให้สังเกตต้นฟักทองจะเริ่มออกดอก

– หลังจากนั้นนำนมผงเด็กที่เตรียมไว้มาผสมกับน้ำ ในอัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำสะอาด 20 ลิตร

– คนให้นมผงละลายและเข้ากันดี

– นำไปฉีดพ่นดอกฟักทองในช่วงเช้า เพื่อช่วยล่อแมลงมาช่วยผสมเกสรทำให้ดอกฟักทองติดเป็นผลได้ทุกเถา

อีกวิธีเด็ดกลีบดอกฟักทอง

วิธีการนำเกสรดอกตัวผู้มาผสมให้กับดอกตัวเมีย โดยคัดเอาดอกจากต้นที่สมบูรณ์แข็งแรงวิธีการสังเกตดอกนั้นสามารถสังเกตได้ ง่ายๆโดยดอกตัวผู้จะเป็นดอกสีเหลืองและมีเกสรอยู่ด้านในส่วนดอกตัวเมียนั้น จะมีดอกสีเหลืองและจะสังเกตเห็นได้ว่าฐานของดอกนั้นจะมีลูกกลมๆสีเขียวติด อยู่กับดอก

วิธีการหนึ่งคือให้เกษตรกรนเกสรดอกตัวผู้มาผสมให้กับดอกตัวเมีย 

-ให้นำเกสรตัวผู้1ดอก มาผสมกับดอกตัวเมีย 3 ดอก คือ ให้นำเกสรตัวผู้มาเคาะเอาเกสรใส่ลงไปในเกสรตัวเมีย หรืออาจใช้ไม้เล็กๆเขี่ยลงไปผสมก็ได้

– หากดอกฟักทองได้รับการผสมเกสรก็จะทำให้มีขนาดของผลที่ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ ชัดเจน หากไม่ได้รับการผสมเกสรจะทำให้ผลของฟักทองแห้งหรือฝ่อ ทำให้ไม่ได้ผลผลิต

เสร็จแล้วให้นำมาผสมกับเกสรดอกตัวเมีย​

แต่ถ้าตุ้มกลมๆ นั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแปลว่าการผสมเกสรด้วยมือเราไม่สำเร็จ ต้องลองใหม่อีกครั้ง

สูตรปุ๋ยหมักเร่งการเจริญเติบโตทางใบและเสริมความแข็งแรงในพืชผัก 

1.มะละกอสุก กล้วยสุก สับปะรดสุก ฟักทองสุก จำนวน 3 กิโลกรัม

2.กากน้ำตาล จำนวน 1 กิโลกรัม

3.ถังหมักพลาสติกขนาด 100 ลิตร พร้อมฝาปิด 1 ใบ

4.พด.2 จำนวน 1 ซอง

5.น้ำเปล่าพอประมาณ

วิธีการทำ 

1.นำมะละกอสุก กล้วยสุก สับปะรดสุก ฟักทองสุก มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก โดยหั่นทั้งเปลือกและเมล็ด โดยไม่ต้องล้างน้ำหรือยางออก

2.จากนั้นนำไปใส่ในถังหมัก แล้วนำกากน้ำตาลเทตามลงไป

3.นำพด.2 จำนวน 3 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำเล็กน้อย เทในถังหมักคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน

4.เติมน้ำพอท่วมส่วนผสม

5.ปิดฝาถังหมักให้สนิท แล้วนำไปวางในที่ร่ม หมักทิ้งไว้ 21 วัน หลังจากก็สามารถนำไปใช้ได้แล้ว

การนำไปใช้

1.นำน้ำหมักที่ได้จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่า จำนวน 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นพืช ผัก เพื่อเร่งการเจริญเติบโต โดยให้ฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น ขณะไม่มีแสงแดดจัด ฉีดพ่น 15 วัน/ครั้ง

2.นำน้ำหมักที่ได้จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่า จำนวน 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นสำหรับเปิดตาดอกของผลไม้ได้ทุกชนิด โดยให้ฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น ขณะไม่มีแสงแดดจัด

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.ลดต้นทุนการผลิต และบำรุงดินเพิ่มไนโตเจนให้กับดิน

2.เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สภาพดินอุดมสมบูรณ์ ไร้สารพิษ

3.ทำให้พืชผักเจริญเติบโตดี และช่วยเปิดตาดอกของผลไม้

ศัตรูสำคัญของฟักทองคือแมลงเต่าแตง

วิธีจัดการด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน 

1.กาแฟ 5 ช้อนโต๊ะ

2.ยาฉุน 3 ขีด

3.มะพร้าวขูด 1 ลูก หรือครึ่ง กิโลกรัม

4.น้ำเปล่า 2 ลิตร

วิธีทำ

นำยาฉุน(ยาเส้น) มาผสมกับมะพร้าวขูด ในภาชนะที่เตรียมไว้ นำน้ำร้อนมาเทราดลงส่วนผสมทั้งสอง ทิ้งไว้ให้อุ่นจากนั้นคั้นเอาเเต่น้ำกรองเอาน้ำข้นๆออกมา.. จากนั้นละลายกาแฟกับน้ำร้อนเทใส่น้ำยาที่เรากรองไว้ พักไว้ 3 ชั่วโมงหรือ หมักไว้ 6 ชั่วโมงก็ได้

-การนำไปใช้ น้ำหมัก 4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งต้น

-ส่วนผสม ถ้าเป็นพืชผักใบอ่อนอาจจะเจือจางผสมน้ำ 30 ลิตรเพราะอาจทำให้พืชใบไหม้ได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก allaboutpumpkins, plookphak, kaijeaw, ศูนย์รวมความรู้การเกษตร และ rakbankerd

error: Content is protected !!